ลูกค้าหลายคนเรียกคีย์การ์ดตามลักษณะภายนอกว่า “บัตรหนา” และ “บัตรบาง” ซึ่งเป็นวิธีอธิบายที่เข้าใจง่าย โดยทั่วไปบัตรหนาแบบมีช่องคล้องมักพบในระบบ RFID 125kHz ส่วนบัตรบางทรงเดียวกับบัตรเครดิตมักพบในระบบ MIFARE หรือ RFID 13.56MHz
บัตรหนา 125kHz มักเป็นพลาสติกแข็ง มีหมายเลขพิมพ์อยู่บนตัวบัตร และอาจมีช่องสำหรับคล้องสาย ใช้กับประตู ที่พักอาศัย บัตรพนักงาน หรือระบบรุ่นที่ใช้งานมายาวนาน ราคาทำที่ IKEYTH เริ่มต้นใบละ 200 บาทหลังตรวจสอบระบบ
บัตรบาง 13.56MHz มักมีขนาดใกล้เคียงบัตรเครดิต พกในกระเป๋าสตางค์ได้สะดวก บางใบไม่มีข้อความบอกชนิดชิปจากภายนอก และบัตรในตระกูลเดียวกันก็อาจมีระดับความปลอดภัยต่างกัน ราคาทำเริ่มต้นใบละ 200 บาทเช่นกัน โดยต้องตรวจรุ่นก่อนรับงาน
อย่างไรก็ตาม ความหนาไม่ใช่วิธียืนยันความถี่ บัตรบางสามารถเป็น 125kHz ได้ บัตรหนาบางรุ่นสามารถใช้ 13.56MHz ได้ และยังมีบัตรสองความถี่ที่รวมทั้ง 125kHz และ 13.56MHz ไว้ในใบเดียว บัตรสองความถี่ของร้านราคาเริ่มต้นใบละ 300 บาท
วิธีตรวจที่แม่นกว่าเริ่มจากดูตัวเลข โลโก้ และข้อความบนบัตร ทดลองอ่านด้วยโทรศัพท์ Android ที่มี NFC และส่งภาพส่องไฟให้เห็นวงจรภายใน หากโทรศัพท์ตรวจพบบัตร แสดงว่าโทรศัพท์สื่อสารกับเทคโนโลยี NFC/HF บางประเภทได้ แต่ยังไม่ยืนยันว่าบัตรทำสำรองได้
หากโทรศัพท์ไม่ตรวจพบ ก็ยังสรุปทันทีไม่ได้ว่าเป็น 125kHz เพราะอาจเกิดจากตำแหน่งเสาอากาศของโทรศัพท์ เคสหนา บัตรที่ไม่รองรับ หรือระบบที่ต้องใช้วิธีตรวจเฉพาะ ควรถอดเคส ทดลองหลายตำแหน่ง และให้ร้านตรวจจากข้อมูลหลายอย่างร่วมกัน
เวลาส่งให้ร้านประเมิน ให้ถ่ายด้านหน้า ด้านหลัง ขอบบัตร และแจ้งจุดที่นำไปใช้จริง การเลือกบัตรใหม่ควรอิงชนิดชิปและระบบเครื่องอ่าน ไม่ใช่เลือกจากความหนาหรือหน้าตาเพียงอย่างเดียว วิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงสั่งผิดประเภทและเสียเวลาส่งบัตรไปกลับ
