โทรศัพท์ Android ที่มี NFC สามารถใช้ตรวจบัตรหรือแท็ก NFC หลายประเภทได้ จึงช่วยคัดกรองเบื้องต้นว่าบัตรอาจอยู่ในกลุ่มความถี่สูง 13.56MHz หรือไม่ แต่โทรศัพท์ทั่วไปไม่ได้เป็นเครื่องอ่าน RFID 125kHz และผลจากแอปไม่สามารถยืนยันว่าคัดลอกบัตรได้
ก่อนเริ่ม ให้ตรวจว่าโทรศัพท์รองรับ NFC และเปิด NFC ในการตั้งค่า ถอดเคสที่หนาหรือมีแผ่นโลหะออก ปลดล็อกหน้าจอ แล้วเปิดแอปสำหรับอ่านข้อมูล NFC ที่เชื่อถือได้ โทรศัพท์แต่ละรุ่นวางเสาอากาศไม่เหมือนกัน โดยมักอยู่บริเวณด้านบนหรือกึ่งกลางฝาหลัง
นำบัตรแตะด้านหลังโทรศัพท์และขยับช้า ๆ หลายตำแหน่ง ค้างไว้ประมาณ 2–3 วินาที หากมีเสียง การสั่น หรือแอปแสดงข้อมูล Tag/Technology แปลว่าโทรศัพท์ตรวจพบบัตรผ่านระบบ NFC/HF ได้ ข้อมูลที่แสดงอาจมีชนิดเทคโนโลยี หมายเลขแท็ก หรือรูปแบบข้อมูล แต่บางส่วนอาจถูกป้องกันและอ่านไม่ได้
หากโทรศัพท์ตรวจพบ ไม่ควรสรุปทันทีว่าทำสำรองได้ เพราะบัตร 13.56MHz มีหลายตระกูล ตั้งแต่แท็กแบบง่ายไปจนถึงบัตรที่ต้องยืนยันตัวตนหรือใช้กุญแจเข้ารหัส การเห็นหมายเลขหรือชื่อเทคโนโลยีเป็นเพียงข้อมูลสำหรับประเมินขั้นแรก
หากโทรศัพท์ไม่ตอบสนอง มีความเป็นไปได้หลายอย่าง ได้แก่ บัตรเป็น RFID 125kHz โทรศัพท์ไม่มี NFC หรือปิด NFC อยู่ ตำแหน่งเสาอากาศไม่ตรง เคสโทรศัพท์รบกวน บัตรชำรุด หรือบัตรใช้เทคโนโลยีที่โทรศัพท์และแอปนั้นไม่รองรับ ดังนั้นคำว่า “สแกนไม่เจอ” ไม่เท่ากับ “ยืนยันว่าเป็น 125kHz”
เพื่อให้ร้านตรวจได้เร็วขึ้น ให้จับภาพหน้าจอผลจากแอป ถ่ายรูปบัตรด้านหน้าและด้านหลัง รวมถึงถ่ายขอบบัตรให้เห็นความหนา หากทำได้ให้ส่องไฟจากด้านหลังเพื่อถ่ายวงจรภายใน แล้วส่งทั้งหมดมาทาง LINE OA ของ IKEYTH พร้อมแจ้งว่าบัตรใช้กับประตู ลิฟต์ หรือที่จอดรถ
IKEYTH รับตรวจ RFID 125kHz, MIFARE / RFID 13.56MHz และบัตรสองความถี่ ไม่รับ HID/iClass, UHF หรือคลื่นอื่นนอกเหนือจากบริการที่แจ้ง การตรวจด้วยมือถือเป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น ร้านจะยืนยันความเป็นไปได้และราคาก่อนเริ่มทำทุกครั้ง
ควรตรวจเฉพาะบัตรของตนเองหรือบัตรที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของระบบเท่านั้น ไม่ควรเผยแพร่หมายเลขบัตรหรือข้อมูลจากแอปในพื้นที่สาธารณะ หากไม่แน่ใจสามารถส่งข้อมูลผ่านช่องทาง LINE OA ของร้านเพื่อขอคำแนะนำได้
